
แผ่นดินไหว ในเมียนมา กระทบต่อภาคธุรกิจไทยอย่างไร และแนวทางรับมือให้ธุรกิจอยู่รอด
ในวันที่ 28 มีนาคม 2568 เวลา 13.20 น. ได้เกิด แผ่นดินไหว ขนาด 8.2 ในเมียนมาและอาฟเตอร์ช็อกขนาด 7.1 อาจส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจไทยในหลายมิติ ทั้งในด้านโลจิสติกส์ การท่องเที่ยว การลงทุน และห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ธุรกิจไทยจำเป็นต้องมีแผนรับมืออย่างเป็นระบบ เพื่อให้สามารถอยู่รอดและปรับตัวต่อสถานการณ์ แผ่นดินไหวในเมีนยนมา ที่ไม่แน่นอนได้
แผ่นดินไหว ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจไทยอย่างไร
1. ด้านโลจิสติกส์และการค้าชายแดน
- แผ่นดินไหวอาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานในเมียนมา เช่น ถนน สะพาน และระบบขนส่ง ทำให้การนำเข้า-ส่งออกสินค้าระหว่างไทยและเมียนมาชะลอตัว
- ธุรกิจที่ต้องพึ่งพาวัตถุดิบจากเมียนมา เช่น อุตสาหกรรมอาหาร แปรรูปไม้ และสิ่งทอ อาจได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนวัตถุดิบ
- ค่าขนส่งอาจเพิ่มขึ้นเนื่องจากต้องเปลี่ยนเส้นทางขนส่งหรือใช้วิธีการขนส่งที่มีต้นทุนสูงขึ้น
2. ด้านการท่องเที่ยวและบริการ
- นักท่องเที่ยวอาจมีความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัย ทำให้ยอดจองโรงแรม การเดินทาง และการใช้จ่ายในพื้นที่ที่ได้รับแรงสั่นสะเทือน เช่น กรุงเทพฯ เชียงใหม่ และแม่ฮ่องสอนลดลง
- การยกเลิกทัวร์และการเดินทางข้ามแดนไทย-เมียนมาอาจส่งผลต่อธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยว เช่น ร้านอาหาร สปา และบริษัททัวร์
3. ด้านการลงทุนและตลาดหุ้น
- นักลงทุนอาจเกิดความกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพของเศรษฐกิจในภูมิภาค ส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยอาจมีความผันผวน โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มพลังงาน โลจิสติกส์ และค้าปลีกที่มีธุรกิจเกี่ยวข้องกับเมียนมา
- บริษัทที่มีการลงทุนในเมียนมาโดยตรง เช่น ธุรกิจค้าปลีก โทรคมนาคม และอุตสาหกรรมพลังงาน อาจเผชิญกับความท้าทายด้านต้นทุนและความไม่แน่นอน
4. ด้านพฤติกรรมผู้บริโภค
- บริโภคในไทยอาจมีความกังวลเกี่ยวกับภัยพิบัติและเลือกชะลอการใช้จ่ายในสินค้าฟุ่มเฟือย
- ความต้องการสินค้าที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย เช่น อุปกรณ์เตือนภัย อาหารสำรอง หรือประกันภัย อาจเพิ่มขึ้น
แนวทางรับมือ เพื่อให้ธุรกิจอยู่รอดและเติบโตในสถานการณ์วิกฤติ
1. กระจายความเสี่ยงด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชน
- หาแหล่งวัตถุดิบหรือซัพพลายเออร์ทางเลือกจากประเทศอื่น เช่น เวียดนาม หรือจีน
- เพิ่มการสำรองสินค้าหรือวัตถุดิบในคลังสินค้าให้เพียงพอต่อความต้องการในช่วงที่การขนส่งติดขัด
- ทำสัญญากับผู้ให้บริการขนส่งหลายราย เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาเส้นทางใดเส้นทางหนึ่งมากเกินไป
2. ปรับกลยุทธ์ด้านการท่องเที่ยวและบริการ
- โรงแรมและธุรกิจท่องเที่ยวควรเน้นสื่อสารด้าน “ความปลอดภัย” เช่น การตรวจสอบโครงสร้างอาคาร การจัดเตรียมแผนฉุกเฉิน และการให้ข้อมูลที่ถูกต้องกับลูกค้า
- พัฒนาแพ็คเกจท่องเที่ยวที่ยืดหยุ่น เช่น ยกเลิกการจองได้ฟรี หรือเปลี่ยนวันเดินทางได้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า
- ขยายตลาดไปยังกลุ่มนักท่องเที่ยวในประเทศ แทนการพึ่งพานักท่องเที่ยวต่างชาติ
3. ลดความเสี่ยงด้านการเงินและการลงทุน
- ธุรกิจที่มีการลงทุนในเมียนมาควรประเมินความเสี่ยงและกระจายการลงทุนไปยังประเทศที่มีเสถียรภาพมากขึ้น
- บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ควรมีแผนรองรับความผันผวนของตลาดหุ้น เช่น การเตรียมกระแสเงินสดสำรองและการบริหารหนี้อย่างรอบคอบ
4. ตอบสนองต่อพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป
- รกิจค้าปลีกอาจต้องปรับกลยุทธ์ โดยให้ความสำคัญกับสินค้าที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย เช่น อาหารแห้ง น้ำดื่ม และอุปกรณ์ป้องกันภัยพิบัติ
- ประกันภัยอาจออกผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ครอบคลุมความเสียหายจากแผ่นดินไหว เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้ลูกค้า
- ธุรกิจควรใช้โซเชียลมีเดียและแพลตฟอร์มออนไลน์ในการสื่อสารกับลูกค้า เพื่อลดผลกระทบจากความไม่แน่นอนในพื้นที่จริง
5. พัฒนาแผนรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน
- ทุกธุรกิจควรมีแผน BCP (Business Continuity Plan) หรือแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ เพื่อให้สามารถดำเนินงานได้แม้เกิดเหตุฉุกเฉิน
- จัดอบรมพนักงานเกี่ยวกับแนวทางรับมือแผ่นดินไหว และมาตรการด้านความปลอดภัย
- หากมีหน้าร้านหรืออาคารสำนักงาน ควรตรวจสอบโครงสร้างให้มั่นใจว่าแข็งแรงพอรองรับเหตุการณ์ลักษณะนี้ในอนาคต
วิกฤติคือโอกาส! ถึงเวลาที่ธุรกิจต้องมีกลยุทธ์รับมือกับความไม่แน่นอน
เหตุการณ์แผ่นดินไหวในเมียนมา เป็นตัวอย่างของสถานการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิด และไม่มีใครคาดคิดว่าประเทศไทยจะได้รับผลกระทบในครั้งนี้ แต่กลับส่งผลกระทบต่อธุรกิจอย่างมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นโลจิสติกส์ การค้า การลงทุน หรือพฤติกรรมผู้บริโภค
แล้วธุรกิจของคุณมีแผนรับมือหรือยัง?
ในโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ความเสี่ยงเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ไม่ใช่แค่ภัยพิบัติธรรมชาติ แต่รวมถึงวิกฤตเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงของตลาด และพฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนไป
คอร์สวางกลยุทธ์ธุรกิจของเรา จะช่วยให้คุณเรียนรู้วิธี

- วิเคราะห์ความเสี่ยงและหาโอกาสใหม่ ๆ จากวิกฤติ
- สร้าง Business Continuity Plan (BCP) ให้ธุรกิจเดินหน้าต่อได้ แม้เจอเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
- ปรับกลยุทธ์ให้ธุรกิจไม่สะดุด
- วางแผนการเงิน การตลาด และการบริหารความเสี่ยงอย่างมืออาชีพ
🚀 สมัครเรียนวันนี้! อย่ารอให้เกิดวิกฤติแล้วค่อยคิดแก้ปัญหา มา วางกลยุทธ์ธุรกิจ ให้แข็งแกร่งตั้งแต่วันนี้!
สรุป
แผ่นดินไหวครั้งนี้เป็นสัญญาณเตือนให้ภาคธุรกิจไทยเตรียมรับมือกับความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้น ธุรกิจที่สามารถปรับตัวอย่างรวดเร็วและมียุทธศาสตร์รองรับ เช่น การกระจายความเสี่ยงในซัพพลายเชน การใช้เทคโนโลยีช่วยลดความเสี่ยง และการสร้างความมั่นใจให้ลูกค้า จะสามารถอยู่รอดและเติบโตได้แม้เผชิญกับสถานการณ์วิกฤติ
“ธุรกิจที่อยู่รอดไม่ใช่ธุรกิจที่ใหญ่ที่สุด แต่คือธุรกิจที่ปรับตัวได้เร็วที่สุด”

















