Timeboxing ทริคสำคัญ ในการบริหารเวลา
หลายคนกำลังประสบกับปัญหากับการทำงานไม่ทัน งานล้นมือ ทำงานแบบไร้ทิศทาง ไม่มีเป้าหมาย และจัดลำดับความสำคัญแบบผิด ๆ การบริหารเวลาเป็นทักษะสำคัญที่ทุกคนควรมีและพัฒนาอย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากเวลาเป็นทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดและไม่สามารถย้อนกลับได้ เพื่อให้การบริหารจัดการเวลาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด หลาย ๆ คนได้นำเทคนิคการบริหารเวลา ที่เรียกว่า “Timeboxing” มาใช้ ซึ่งเป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพในการจัดการเวลาและงานที่ต้องทำในช่วงเวลาที่กำหนด

การบริหารเวลาเป็นทักษะที่สำคัญในการดำเนินชีวิตทั้งในชีวิตประจำวันและการทำงาน หากสามารถจัดการเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพจะสามารถประสบความสำเร็จในกิจกรรมต่าง ๆ และพัฒนาตัวเองไปยังทิศทางที่กำหนดไว้ได้เป็นอย่างดี


- กำหนดเป้าหมาย สิ่งแรกที่ต้องทำก่อนเริ่มทำ Time Blocking คือการกำหนดเป้าหมายว่าต้องการบรรลุอะไร เช่น ต้องการทำงานให้เสร็จภายในวันนั้น หรือต้องการทำงานให้เสร็จภายในสัปดาห์นั้น
- จัดลำดับความสำคัญ เมื่อกำหนดเป้าหมายได้แล้ว ก็ถึงเวลาจัดลำดับความสำคัญของงาน ว่างานไหนสำคัญที่สุด เร่งด่วนที่สุด หรืองานไหนสามารถเลื่อนได้บ้าง
- กำหนดกรอบเวลา เมื่อจัดลำดับความสำคัญแล้ว ก็ถึงเวลากำหนดกรอบเวลาให้กับแต่ละงาน โดยกำหนดให้สอดคล้องกับความยากง่ายและความซับซ้อนของงาน
- เริ่มทำงาน เมื่อกำหนดกรอบเวลาแล้ว ก็ถึงเวลาเริ่มทำงาน โดยโฟกัสกับงานที่กำลังทำอยู่ โดยไม่เสียเวลาไปกับสิ่งรบกวนต่างๆ
- ติดตามความคืบหน้า สิ่งสำคัญคือต้องติดตามความคืบหน้าของงานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้แน่ใจว่าจะสามารถทำงานให้เสร็จภายในกรอบเวลาที่กำหนด

- สำคัญและเร่งด่วน (Important & Urgent)
เป็นงานที่ต้องทำทันที เพราะเป็นงานที่สำคัญและส่งผลกระทบต่อเป้าหมายของเราโดยตรง เช่น งานที่ได้รับมอบหมายจากหัวหน้า งานที่มีกำหนดส่งด่วน งานที่ต้องแก้ไขข้อผิดพลาด เป็นต้น - สำคัญแต่ไม่เร่งด่วน (Important & Not Urgent)
เป็นงานที่ต้องวางแผนและดำเนินการอย่างรอบคอบ เพราะเป็นงานที่สำคัญแต่อาจไม่มีกำหนดส่งด่วน เช่น งานวางแผนระยะยาว งานพัฒนาตนเอง งานสร้างความสัมพันธ์ เป็นต้น - ไม่สำคัญแต่เร่งด่วน (Not Important & Urgent)
เป็นงานที่ต้องดำเนินการทันที แต่อาจไม่มีผลกระทบต่อเป้าหมายของเราโดยตรง เช่น งานที่ได้รับมอบหมายจากผู้อื่น แต่ไม่ใช่งานที่สำคัญ งานแทรก งานซ้อน งานที่ต้องตอบสนองความต้องการของผู้อื่น เป็นต้น - ไม่สำคัญและไม่เร่งด่วน (Not Important & Not Urgent)
เป็นงานที่ไม่มีความสำคัญและไม่เร่งด่วน จึงควรหลีกเลี่ยงหรือเลื่อนออกไป เช่น งานที่ไม่มีกำหนดเวลา งานอดิเรก งานเล่น เป็นต้น

- ระบุกิจกรรมหรืองานที่คล้ายคลึงกัน
ทำการระบุกิจกรรมหรืองานที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน หรือมีความเกี่ยวข้องกัน - กำหนดช่วงเวลาที่จะทำ Task Batching
กำหนดช่วงเวลาที่จะทำกิจกรรมหรืองานที่คล้ายคลึงกัน แล้วนำมารวมกลุ่มเข้าไว้ด้วยกัน - ทำกิจกรรมหรืองานที่รวมกัน
ทำกิจกรรมหรืองานที่รวมกันในช่วงเวลาที่กำหนด โดยทำงานอย่างต่อเนื่องในกิจกรรมหรืองานนั้น ๆ - เลื่อนไปทำกิจกรรมหรืองานต่อไป
เมื่อกิจกรรมหรืองานใน Task Batching นั้น ๆ เสร็จสิ้นแล้ว ให้ทำาการเลื่อนไปทำกิจกรรมหรืองานอื่นต่อใน Task Batching ถัดไป - ทำซ้ำเป็นระยะ
ทำซ้ำขั้นตอนทั้งหมดนี้เป็นระยะ ๆ ตลอดการทำงานหรือในช่วงเวลาที่กำหนด

- กำหนดระยะเวลา (Set Timebox)
กำหนดระยะเวลาที่ต้องการในการทำงาน ซึ่งอาจเป็น 25 นาที , 50 นาที หรือตามที่คุณต้องการ - ทำงาน (Work)
ทำงานอย่างต่อเนื่องและมุ่งมั่นในกิจกรรมหรืองานที่คุณต้องการทำในระยะเวลาที่กำหนด. - พักผ่อน (Take a Break)
เมื่อ Timebox สิ้นสุดลง ให้พักผ่อนเป็นระยะเวลาสั้น ๆ (เช่น 5 นาที) เพื่อผ่อนคลายจิตใจและร่างกาย - ทำซ้ำ (Repeat)
ทำขั้นตอนที่ 1-3 ไปเรื่อย ๆ ตามที่คุณต้องการและเพื่อความสมดุล ควรหลีกเลี่ยงการทำงานอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีพัก - พักผ่อนยาว (Take a Long Break)
หลังจากที่ทำ Timebox หลายรอบ ให้ทำการพักผ่อนเป็นเป็นเวลาช่วงหนึ่ง (เช่น 15 – 30 นาที) เพื่อฟื้นฟูสภาพจิตใจและร่างกายที่มากขึ้น
- กำหนดระยะเวลาของ Timebox
กำหนดระยะเวลาที่จะใช้ในการทำงาน โดยทั่วไปแล้วใน Agile มักจะเป็นระยะเวลาที่สั้น ๆ เช่น 2-4 สัปดาห์หรือตามที่โปรเจคกำหนด - กำหนดความสำคัญของงาน
กำหนดความสำคัญของงานที่จะทำใน Timebox นั้น ๆ โดยใช้ Backlog หรือรายการงานที่ต้องทำ - ทำงานในระยะเวลาที่กำหนด
เป็นช่วงระยะเวลาที่ทีมทำงานและพยายามทำงานให้เสร็จสมบูรณ์ในเวลาที่กำหนดหรือในระยะเวลานั้น. - รีวิวและประเมิน
หลังจากที่ Timebox สิ้นสุดลง ทีมมีการประชุมรีวิว (Review) การทำงานที่สำเร็จและทำการประเมิน (Retrospective) เพื่อวิเคราะห์การทำงานและปรับปรุงในรุปแบบ Agile - วนไปเรื่อย ๆ
ทำขั้นตอนทั้งหมดนี้วนไปเรื่อย ๆ ตลอดการพัฒนาโปรเจค
- ช่วยโฟกัสกับงานที่กำลังทำอยู่ การจำกัดเวลาในการทำงานช่วยให้เราโฟกัสกับงานที่กำลังทำอยู่ได้อย่างเต็มที่ โดยไม่วอกแวกไปกับสิ่งรบกวนต่าง ๆ ซึ่งจะช่วยให้เราทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
- ช่วยในการวางแผนและกำหนดเวลาในการทำกิจกรรมหรือโปรเจค การกำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนจะทำให้แต่ละงานเสร็จภายในเวลาที่กำหนดและทำให้สามารถควบคุมเวลาหรืองานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาต่าง ๆ และสามารถวางแผนการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาต่าง ๆ เช่น เช่น ทำงานไม่ทัน เกิดงานค้าง งานเสร็จไม่ทันกำหนด หรือความเครียดสะสม
- ช่วยให้ทำงานได้อย่างมีเป้าหมายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเราจะต้องจัดลำดับความสำคัญของงานและกำหนดกรอบเวลาให้กับแต่ละงานให้เหมาะสมกับความยากง่ายและความซับซ้อนของงาน
- ช่วยให้ทีมสามารถกำหนดระยะเวลาในการทำงานที่ต้องทำในแต่ละ Sprint หรือ Iteration และติดตามความคืบหน้าของโปรเจคได้
- ช่วยในการติดตามและวัดผลการทำงานในแต่ละช่วงเวลา ทำให้ง่ายต่อการประเมินและปรับปรุงการทำงานในอนาคต
หากท่านไหนมีปัญหาทำงานแบบไร้ทิศทางไม่มีเป้าหมาย , จัดลำดับความสำคัญของงานไม่เป็น , เสียเวลาไปกับสิ่งรบกวน หรือทำหลายงานในเวลาเดียวกัน IDM Council สามารถช่วยให้คุณมีการจัดการเวลาที่ดีได้ คอร์สเรียน “Time And Productivity Management” ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยเพิ่มผลิตผลและประสิทธิภาพในการทำงาน โดยคอร์สนี้คุณจะได้เรียนรู้เทคนิคและวิธีการใช้เครื่องมือและเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน รวมถึงเรียนรู้เทคนิคการจัดการเวลา การวางแผน และการสร้างนิสัยที่เพิ่มประสิทธิภาพจากผู้ประสบความสำเร็จตัวจริง เรียนจบรับใบ Certificate ที่ได้การยอมรับจากหลายสถาบันสากลเช่น European Qualifications Framework, Scottish Qualification Authority, International Board of Digital Marketing และอื่นๆ อีกมากมาย





















